สมาคมกาแฟอราบิก้าไทยภาคเหนือ
สมาคมกาแฟอราบิก้าไทยภาคเหนือ
- จังหวัดเชียงใหม่ได้อนุญาตให้จดทะเบียน สมาคมกาแฟอราบิก้าไทยภาคเหนือ มีฐานะเป็นนิติบุคลแล้ว
ตามเลขทะเบียนลำดับที่ 2/2553 ลงวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2553
แล้วมีหนังสือราชการจากที่ทำการปกครองจังหวัด แจ้งให้นายอำเภอเมืองเชียงใหม่
ที่ชม.0017.1/242 ลงวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553
ให้รับการลงทะเบียน เอกสารอนุญาตให้จัดตั้งสมาคมฯ
โดยนายกสมาคมฯได้ดำเนินการ ตามข้อปฏิบัติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตั้งแตี่วันที่ 27 มกราคม 2553 นี้
พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารงาน รวม 10 คน ตามระเบียบข้อบังคับของสมาคม
สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ บ้านเลขที่ 183/1 หมู่ 6 ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
นับตั้งแต่ประกาศนี้เป็นต้นไป - (โดยจะได้กำหนดจัดให้มีการประชุมใหญ่ประจำปีครั้งแรก และ รับสมาชิกสมาคมให้ถูกต้องเรียบร้อยในเร็ว วันนี้กลุ่มเกษตรกรจะติดต่อได้โดยตรง ทางอีเมลล์ : cm_coffee@hotmail.com หรือโทรฯติดต่อ นายกฯสมาคม หมายเลข 081-9503940 )
- ข้อ ๑. สมาคมนี้มีชื่อว่า สมาคมกาแฟอราบิก้าไทย ภาคเหนือฯ
ชื่อภาษาอังกฤษว่า Northern Thai Arabica Coffee Association
ชื่อย่อว่า ส.ก.อ.ท. (ภาษาอังกฤษ) NTACA
ข้อ ๒. เครื่องหมายของสมาคม รูปเครื่องหมายสมาคมลักษณะเป็นรูป วงกลมรี มีรูปเมล็ดกาแฟ มีชื่อภาษาไทยของสมาคมด้านบนภาษาอังกฤษด้านล่าง
ข้อ ๓. สำนักงานของสมาคมตั้งอยู่ บ้านเลขที่ 183/1 หมู่ 6 ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
ข้อ ๔. วัตถุประสงค์ของสมาคม - ๔.๑ ให้การส่งเสริมพัฒนา เผยแพร่ข่าวสาร-ข้อมูลด้านวิชาการ แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น ในกลุ่มสมาชิกผู้ปลูกกาแฟ ผู้แปรรูปกาแฟ และ นักวิชาการฯให้เป็นไปตามนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์
๔.๒ ร่วมมือประสานงานกับองค์กรเอกชน และ ส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้องกับกาแฟอราบิก้าไทย เป็นสื่อกลางระหว่างเกษตรกร และ ภาครัฐในการขอการสนับสนุนช่วยเหลือ ตามสิทธิของกลุ่มวิชาชีพเกษตรกรฯ
๔.๓ จัดกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ การฝึกอบรม ด้านการปลูกและการแปรรูป ที่ได้มาตรฐานสินค้าเมล็ดกาแฟ ตามยุทธศาสตร์กาแฟอราบิก้าไทยของรัฐ การเผยแพร่ผลิตผล และ การตลาดแด่สมาชิก เพื่อให้เป็นไปในระบบการค้าเสรีอาเซี่ยน - ข้อ ๕. สมาชิก ของสมาคมมี ๒ ประเภทคือ
- ๕.๑ สมาชิกสามัญ ได้แก่ผู้ปลูกและผู้แปรรูป กาแฟอราบิก้าไทย ที่ประชุมรับรอง
๕.๒ สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ผู้ทรงเกียรติ์ ทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีอุปการะคุณให้ความช่วยเหลือซึ่งคณะกรรมการลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม - ข้อ ๖. สมาชิกจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
- ๖.๑ เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว
๖.๒ เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย
๖.๓ ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ
๖.๔ ไม่ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือต้องโทษจำคุก ยกเว้นความผิดฐานประมาท หรือลหุโทษการต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดในกรณีดังกล่าว จะต้องเป็นในขณะที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกหรือในระหว่างที่เป็นสมาชิกของสมาคม เท่านั้น - ข้อ ๗. ค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคม
- ๗.๑ สมาชิกสามัญ จะต้องเสียค่าลงทะเบียนเป็นครั้งแรก ๕๐๐ บาทค่าบำรุงเป็นรายปี ปีหละ ๓๐๐ บาท
๗.๒ สมาชิกกิตติมศักดิ์ มิต้องเสียค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมแต่อย่างใดทั้งสิ้น - ข้อ ๘. การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ให้ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของ สมาคม ยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมต่อเลขานุการ โดยมีสมาชิกสามัญรับรองอย่างน้อย ๑ คน และให้เลขานุการติดประกาศรายชื่อผู้สมัครไว้ ณ สำนักงานของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน เพื่อให้สมาชิกอื่น ๆ ของสมาคมจะได้คัดค้านการสมัครนั้น เมื่อครบกำหนดประกาศแล้วก็ให้เลขานุการนำใบสมัครและหนังสือคัดค้านของสมาชิก (ถ้ามี) เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาอนุมัติว่าจะรับหรือไม่รับเข้าเป็น สมาชิกของสมาคม และเมื่อคณะกรรมการพิจารณาการสมัครแล้ว ผลเป็นประการใด ให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งให้ผู้สมัครทราบ โดยเร็ว
ข้อ ๙. ถ้าคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้รับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก ก็ให้ผู้สมัครนั้นชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมให้เสร็จภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเลขานุการ และสมาชิกภาพของผู้สมัครให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคม เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าผู้สมัครไม่ชำระเงินค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงภายในกำหนด ก็ให้ถือว่าการสมัครคราวนั้นเป็นอันยก เลิก
ข้อ ๑๐. สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมาศักดิ์ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ได้มาถึงยังสมาคม
ข้อ ๑๑. สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุดังต่อไปนี้ - ๑๑.๑ ตาย
๑๑.๒ ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ และคณะกรรมการได้พิจารณาอนุมัติและสมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่กับสมาคมเป็นที่เรียบร้อย
๑๑.๓ ขาดคุณสมบัติสมาชิก
๑๑.๔ ที่ประชุมใหญ่ของสมาคม หรือคณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนเพราะสมาชิกผู้นั้นได้ประพฤตินำความเสื่อมเสียมาสู่คนอื่น - ข้อ ๑๒ สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
- ๑๒.๑ มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของสมาคมโดยเท่าเทียมกัน
๑๒.๒ มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมต่อคณะกรรมการ
๑๒.๓ มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่าง ๆ ที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
๑๒.๔ มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม
๑๒.๕ สมาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้ง หรือได้รับการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการสมาคมและมีสิทธิออกเสียงลงมติต่าง ๆ ในที่ประชุมได้คนละ 1 คะแนนเสียง
๑๒.๖ มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคม
๑๒.๗ มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย 1 ใน 3 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด ร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้
๑๒.๘ มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ และข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด
๑๒.๙ มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม
๑๒.๑๐ มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจการต่าง ๆ ของสมาคม
๑๒.๑๑ มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
๑๒.๑๒ มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย - ข้อ ๑๓ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง ทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคม มีจำนวนไม่น้อยกว่า ๑๐ คน คณะกรรมการนี้ได้มาจากการเลือกตั้ง ของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม และ ให้ผู้ที่ได้เลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งกันเองเป็นนายกสมาคม ๑ คน สำหรับคณะกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ ให้นายกเป็นผู้แต่งตั้ง ผู้ที่ได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ เข้าดำรงค์ตำแหน่ง ต่างๆ ของสมาคมที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งตำแหน่งของกรรมการสมาคม มีตำแหน่งและหน้าที่สังเขปดังนี้
- ๑๓.๑ นายก สมาคม ทำหน้าที่ในการบริหารกิจการของสมาคม เป็นผู้แทนสมาคมในการติดต่อกับบุคลภายนอก และ ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการและ การประชุมของใหญ่ของสมาคม
๑๓.๒ อุปนายก ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจการสมาคม ปฏิบัติตามหน้าที่นายกสมาคมได้มอบหมาย และ ทำหน้าที่แทนนายกสมาคม เมื่อนายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้แต่การทำหน้าที่แทนนายกสมาคม ให้อุปนายกตามลำดับตำแหน่ง เป็นผู้กระทำแทน
๑๓.๓ เลขานุการ ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมด เป็นหัวหน้า เจ้าหน้าที่สมาคมในการปฏิบัติกิจการของสมาคมและปฏิบัติตามคำสั่งของนายกสมาคม และทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่างๆของสมาคม
๑๓.๔ เหรัญญิก มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม เป็นผู้จัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย บัญชีงบดุลของสมาคม และ เก็บเอกสารหลักฐานต่างๆของสมาคม ไว้เพื่อตรวจสอบ
๑๓.๕ ปฏิคม มีหน้าที่ในการให้การต้อนรับแขกของสมาคม เป็นหัวหน้าในการจัดเตรียมสถานที่ของสมาคมและ จัดเตรียมสถานที่ประชุมต่างๆของสมาคม
๑๓.๖ นายทะเบียน มีหน้าที่กับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคม ประสานงานกับเหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าบำรุงสมาคมจากสมาชิก
๑๓.๗ ประชาสัมพันธุ์ มีหน้าที่เผยแพร่กิจการและชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคมให้สมาชิกและบุคลโดย ทั่วไปให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย
๑๓.๘ กรรมการตำแหน่งอื่นๆ ตามความเหมาะสม ซึ่งคณะกรรมการเห็น กำหนดให้มีขึ้น มีจำนวนเมื่อรวมกับตำแหน่งกรรมการตามข้างต้นแล้วจะต้องไม่เกินจำนวนข้อบังคับได้กำหนดไว้ - ข้อ ๑๔. คณะกรรมการของสมาคม อยู่ในตำแหน่งได้คราวละ ๒ ปี และเมื่อคณะกรรมการอยู่ในตำแหน่งครบกำหนด ตามวาระแล้ว แต่คณะกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาต ให้จดทะเบียนจากทางราชการ ก็ให้คณะกรรมการที่ครบกำหนดตามวาระรักษาการไปพรางก่อน จนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ และ เมื่อคณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการเรียบร้อยแล้ว ก็ให้ทำการส่งและรับมอบงานกัน ระหว่างคณะกรรมการชุดเก่าและคณะกรรมการชุดใหม่ให้เป็นที่เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน นับแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ
ข้อ ๑๕. ตำแหน่งกรรมการสมาคม ถ้าต้องว่างลงด้วยครบกำหนดตามวาระ ก็ให้คณะกรรมการตั้งสมาชิกสามัญคนหนึ่งคนใดที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น แต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น
ข้อ ๑๖. กรรมการอาจจะพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งไม่ใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลต่อไปนี้ คือ - ๑๖.๑ ตาย
๑๖.๒ ลาออก
๑๖.๓ จาดจากสมาชิกสภาพ
๑๖.๔ ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง - ข้อ ๑๗. กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการ ให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษร ต่อคณะกรรมการมีมติให้ออก
ข้อ ๑๘. อำนาจและหน้าที่ของกรรมการ - ๑๘.๑ มีอำนาจออกระเบียบต่างๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติ โดยระเบียบปฎิบัตินั้นจะต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับฉบับนี้
๑๘.๒ มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม
๑๘.๓ มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการได้ แต่กรรมการที่ปรึกษา หรือ อนุกรรมการ จะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง
๑๘.๔ มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และ ประชุมใหญ่วิสามัญ
๑๘.๕ มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ ที่ยังไม่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้
๑๘.๖ มีอำนาจบริหารกิจการสมาคม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตลอดจนมีอำนาจอื่นๆตามข้อบังคับได้กำหนดไว้
๑๘.๗ มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงิน และ ทรัพย์ทั้งหมดของสมาคม
๑๘.๘ มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ตามที่สมาชิกสามัญ จำนวน๑ ใน ๓ ของสมาชิกทั้งหมดได้เข้าชื่อขอร้อง ให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น ซึ่งการนี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือขอร้อง
๑๘.๙ มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่างๆ ทั้งที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สิน และการดำเนินกิจกรรมต่างๆของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ
๑๘.๑๐ จัดทำบันทึกการประชุมต่างๆของสมาคม เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน และ จัดส่งให้สมาชิกได้รับทราบ
๑๘.๑๑ มีหน้าที่อื่นๆตามข้อบังคับได้กำหนดไว้ - ข้อ ๑๙. คณะกรรมการจะต้องประชุมกันอย่างน้อยเดือนละ ..๑ ..ครั้ง โดยให้จัดขึ้นภายในวันที่ 30 ของทุกๆเดือน เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารของสมาคม
ข้อ ๒๐. การประชุมคณะกรรมการ จะต้องมีการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดจึงถือว่าครบองค์ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นๆ ก็ให้ถือคะแนนเสียงมากเป็นเกณฑ์แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานเป็นผู้ ชี้ขาด
ข้อ ๒๑.ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุม หรือ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้กรรมการที่เข้าประชุมคราวนั้นเลือกตั้งกันเอง เพื่อให้กรรมการคนหนึ่งคนใดทำหน้าที่เป็นประธานคราวนั้น. - ข้อ ๒๒. การประชุมใหญ่ของสมาคมมี ๒ ชนิด คือ
- ๒๒.๑ ประชุมใหญ่สามัญ
๒๒.๒ ประชุมใหญ่วิสามัญ - ข้อ ๒๓. คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีๆละ 1 ครั้งภายในเดือน ตุลาคม ของทุกๆปี
ข้อ ๒๔. การประชุมใหญ่วิสามัญ อาจจะมีขึ้นก็ได้โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นควรจัดให้มีขึ้น หรือ เกิดขึ้นด้วยการเข้าชื่อร่วมกันของสมาชิก ไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของสมาชิกสามัญทั้งหมดร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดให้มีขึ้น
ข้อ ๒๕. การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้เลขานุการ เป็นผู้แจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ ให้สมาชิกได้ทราบและการแจ้งต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุ วันที่ เวลา และ สถานที่ให้ชัดเจน โดยจะต้องแจ้งให้สมาชิกได้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๗ วัน และ ประกาศแจ้งกำหนดนัดประชุมไว้ ณ สำนักงานของสมาคมไม่น้อยกว่า ๗ วัน ก่อนถึงกำหนดการประชุมใหญ่
ข้อ ๒๖. การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้ - ๒๖.๑ แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี
๒๖.๒ แถลงบัญชีรายรับ-รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกรับทราบ
๒๖.๓ เลือกตั้งกรรมการชุดใหม่ เมื่อครบกำหนดวาระ
๒๖.๔ เลือกตั้งผู้สอบบัญชี
๒๖.๕ เรื่องอื่นๆ ถ้ามี - ข้อ ๒๗. ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือ การประชุมใหญ่วิสามัญ จะต้องมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนดเวลาการประชุมยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม ก็ให้ขยายเวลาออกไปอีกพอสมควร แต่เมื่อ ครบกำหนดเวลาที่ขยายออกไปแล้ว ยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมไม่ครบองค์ประชุม ก็ให้เลื่อนการประชุมคราวนั้นไปและให้จัดการประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่งภายใน ๑๔ วัน นับแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก การประชุมครั้งนี้ไม่บังคับว่าต้องครบองค์ประชุม
ข้อ ๒๘. การลงมติต่างๆในที่ประชุมใหญ่ ถ้าข้อบังคับได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นๆ ก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติมีคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
ข้อ ๒๙.ในการประชุมใหญ่ของสมาคม ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคม ไม่มาร่วมประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้ที่ประชุมใหญ่ทำการเลือกตั้งกรรมการที่มาประชุมคนใดคนหนึ่ง ให้ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุม - ข้อ ๓๐. การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการเงินสดของ สมาคมถ้ามีให้นำฝากไว้ใน ธนาคารกรุงไทย ในจังหวัดเชียงใหม่
ข้อ ๓๑. การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคม จะต้องมีลายมือชื่อของนายก หรือผู้ทำการแทน ลงนามกับเหรัญญิกหรือ เลขานุการ พร้อมกับประทับตราสมาคม
ข้อ ๓๒. ให้นายกสมาคมมีอำนาจจ่ายเงินของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท (ห้าพันบาท)ถ้าเกินกว่านั้นต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ และ คณะกรรมการจะอนุมัติให้จ่ายเงินได้ครั้งละไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท (ห้าหมื่นบาท) ถ้าจำเป็นต้องจ่ายเกินกว่านี้ ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ของสมาคม
ข้อ ๓๓. ให้เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคมไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท (ห้าพันบาท) ถ้าเกินกว่าจำนวนนี้ จะต้องนำฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมทันที
ข้อ ๓๔. เหรัญญิกจะต้องทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย และ บัญชีงบดุล ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ การรับหรือจ่ายเงินทุกครั้ง จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อของนายกสมาคม หรือ ผู้ทำการแทนร่วมกับเหรัญญิก พร้อมประทับตราสมาคม
ข้อ ๓๕. ผู้สอบบัญชี จะต้องไม่ใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม และ ต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต
ข้อ ๓๗.คณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชี เมื่อได้รับการร้องขอ - ข้อ ๓๘. ข้อบังคับของสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้นและ องค์ประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุม ไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด มติของที่ประชุมใหญ่ในการให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด
ข้อ ๓๙. การเลิกสมาคมจะเลิกได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม ยกเว้นการเลิกเพราะเหตุของกฎหมาย มติของที่ประชุมใหญ่ที่ให้เลิกสมาคมจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔ ของสมาชิกสามัญที่เข้าประชุมทั้งหมด และ องค์ประชุมใหญ่จะต้องไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด
ข้อ ๔๐. เมื่อสมาคมต้องเลิก ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆก็ตาม ทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากได้ชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้คณะกรรมการสมาคมพิจารณาลงมติมอบให้องค์กรการกุศลสาธารณประโยชน์ หนึ่งใดต่อไป. - ข้อ ๔๑. ข้อบังคับฉบับนี้นั้น ให้เริ่มใช้บังคับได้นับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคล เป็นต้นไป
ข้อ ๔๒. เมื่อสมาคม ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคล จากทางราชการแล้วก็ให้ถือว่า ผู้ริเริ่มจัดตั้งสมาคมฯทั้งหมด เป็นสมาชิกสามัญ และ สมาชิกภาพของกรรมการที่ตั้งขึ้น เริ่มตั้งแต่วันที่จดทะเบียนเป็นต้นไป.
ข้อบังคับของสมาคม กาแฟอราบิก้าไทยภาคเหนือฯ
หมวดที่ ๑. ความทั่วไป
หมวดที่ ๒. สมาชิก
หมวดที่ ๓.การดำเนินกิจการของสมาคม
หมวดที่ ๔ การประชุมใหญ่
หมวดที่ ๕ การเงินและทรัพย์สิน
หมวด ๖ การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม
หมวดที่ ๗ บทเฉพาะกาล
(ลง ชื่อ)…………………………………..ผู้จัดทำข้อบังคับ
(นาย ปรารภ ประภาลักษณ์)
